4 เส้นทางชมซากุระเมืองไทยสุดโรแมนติค article

 

ทริปนี้เราได้คัดสรร 4 เส้นทางที่ขึ้นชื่อว่า “ยอดฮิต” สำหรับคนรักดอกไม้มาฝากกันโดยเฉพาะ แม้ต้องลุยนิดๆ เดินทางไกลบ้าง อะไรบ้าง หรือบางแห่งอาจมีต้นนางพญาเสือโคร่งไม่มากนัก แต่รับรองว่าทุกแห่งล้วนเป็นสถานที่ชมซากุระห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เริ่มกันที่




๑. บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน
เป็นสถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่งใกล้เมืองเชียงใหม่และเดินทางสะดวกสบายที่สุด เพราะตั้งอยู่บนดอยสุเทพ เลยจากวัดพระธาตุดอยสุเทพและบ้านม้งดอยปุยไปไม่ไกล จุดเด่นของที่นี่ คือ มุมทางโค้งลงเขารูปเกือกม้าที่มีต้นนางพญาเสือโคร่งขึ้นอยู่สองข้างทางเวลาดอกนางพญาเสือโคร่งบานพราวเต็มต้น ถนนช่วงนี้จึงสวยเป็นพิเศษ และกลายเป็นมุมยอดฮิตที่ทุกคนต้องชักภาพเป็นที่ระลึก ยิ่งในวันที่หมอกจัด วิวแถวนี้ก็สวยงามคล้ายภาพวาดสีน้ำบรรยากาศดูนุ่มนวล แต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนหวานของดอกนางพญาเสือโคร่ง และเวลาหายใจเข้าก็สัมผัสได้ถึงความเย็นสดชื่นของอากาศปราศจากมลพิษ จนอดไม่ได้ที่จะเดินเล่นซึมซับบรรยากาศนานๆ อิ่มเอมกับอากาศสดชื่นจนเต็มปอดแล้ว แนะนำให้ขับรถไปอีกหน่อยเป็นแปลงปลูกพืชทดลองของ สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมที่สูงขุนช่างเคี่ยน ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีแปลงปลูกกาแฟ ท้อ พลับ บ๊วย พลัม ให้เดินชมถ่ายภาพและกางเต็นท์พักแรม ทั้งยังเป็นจุดชมนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งจะมองเห็นดอกนางพญาเสือโคร่งด้านบน (มุมถนนรูปเกือกม้า) เป็นสีชมพูพุ่มใหญ่แทรกสลับสีกับต้นไม้สีเขียวๆ ระหว่างหุบเขาอย่างชัดเจนด้วย

ที่ตั้ง: บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน ห่างจากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ประมาณ 8 กิโลเมตร
การเดินทาง: จากวัดพระธาตุดอยสุเทพ ผ่านพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ เลี้ยวขวาที่สามแยก สังเกตป้ายหมู่บ้านม้งดอยปุย – ขุนช่างเคี่ยน เส้นทางช่วงนี้เป็นถนนโรยกรวดเล็กๆ + ลูกรัง และทางแคบมาก ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือรถตู้ หากเป็นรถเก๋ง แนะนำให้จอดไว้ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพแล้วเหมารถสองแถวไปจะสะดวกกว่า
ที่พัก: มีบ้านพักและจุดกางเต็นท์ให้บริการอยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ควรจองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน) บ้านพัก หลังละ 600 บาท พักได้ 3 – 10 คน หากนำเต็นท์ไปเองเสียค่าบำรุงสถานที่ เต็นท์หลังเล็ก 100 บาท หลังใหญ่ คนละ 50 บาท
สอบถามเพิ่มเติม: ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โทรศัพท์ 0 – 5322 – 2014

๒. ขุนวาง – แม่จอนหลวง
เอ่ยชื่อดอยอินทนนท์ ไม่ว่าใครก็คงรู้จักดีถึงความยิ่งใหญ่ของขุนเขาแห่งนี้ และในเทือกดอยสลับซับซ้อนนี้ ยังมีสถานีวิจัยการเกษตรซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับคนรักดอกไม้สีหวานๆ และวิวงามๆ ที่จะทำให้ประทับใจอย่างไม่รู้ลืมถึง 3 แห่ง
เริ่มจาก ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ดอยขุนวาง)500 เมตรนั้นไม่ต่างอะไรกับทิวซากุระในสวนสาธารณะ มีผู้คนแต่งตัวเก๋ๆ มาเดินเล่นชมดอกไม้ และถ่ายกันอย่างสนุกสนาน สร้างสีสันของถนนสายนี้ให้คึกคักมากขึ้นไปอีก 

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง) อยู่ในความดูแลเดียวกับ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ดอยขุนวาง) ซึ่งต้องนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เลยจากศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวางไปอีกประมาณ 30 นาที จุดเด่นของที่นี่ คือ ต้นนางพญาเสือโคร่งที่ปลูกอยู่ริมเชิงเขา ใกล้บ้านพักนักท่องเที่ยว คุณจึงสามารถนอนพักและตื่นมาชมดอกไม้ยามเช้าได้อย่างใกล้ชิดสุดๆ 

ยิ่งเช้าๆ มีนกตัวเล็กๆ บินมากินน้ำหวานจากดอกนางพญาเสือโคร่ง ส่งเสียงกันเจื้อยแจ้ว พอสายหน่อยนกน้อยลาจากไป สิ่งที่เหลืออยู่คือความเงียบสอดแทรกเสียงลมพัดกิ่งไม้ไหว เหมือนธรรมชาติกำลังสอน “ธรรม” เรื่องความไม่จีรังของสรรพสิ่งอยู่ นับเป็นอีกอารมณ์หนึ่งของการเดินทาง 

นอกจากดอกนางพญาเสือโคร่งแล้วที่นี่ยังมีดอกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ออกดอกส่งกลิ่นหอมเย้ายวน อยู่ในสวนสวยให้เราเที่ยวชมและถ่ายภาพได้ ขอบอกว่าสวนนี้สวยอย่าบอกใคร บางมุมถ่ายภาพมาแล้วเหมือนอยู่กลางสวนสไตล์อังกฤษอย่างไง อย่างนั้น 

ชมดอกไม้กันมาแล้วถึงสองแห่ง ขอแนะนำให้เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง 

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีหลากหลายเมนูอร่อยห้ามพลาดจากพืชผักโครงการหลวง เช่น น้ำพริกอ่องผักสด เห็ดย่างราดซอสบาบีคิว ยำยอดชา ฟักทองนึ่งราดน้ำเชื่อมวานิลา และน้ำเลมอนวานิลา รสชาติเปรี้ยวหวาน ซาบซ่า ชื่นใจให้ฝากท้องได้อีกด้วย

ที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
การเดินทาง: ทั้ง 3 แห่ง เริ่มจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กม. 31 เลี้ยงขวาที่สามแยกหมู่บ้านขุนกลาง ตรงไป 16 กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านขุนวาง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงก่อน เลยไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร จะถึงศูนย์วิจัยเกษตรฯ ขุนวาง ถนนช่วงนี้เป็นถนนลาดยาง อาจจะมีหลุมบ้าง
การเดินทางไปสถานีเกษตรฯ แม่จอนหลวง ต้องเลี้ยวซ้ายหน้าสถานีเกษตรฯขุนวาง ตรงไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ทางถนนเป็นลูกรัง ควรเช่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อจากศูนย์วิจัยเกษตรขุนวางจะสะดวกกว่า
ที่พัก: ทั้ง 3 แห่ง มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ให้บริการ
สอบถามเพิ่มเติม : ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ดอยขุนวาง แม่จอนหลวง) 0 – 5311- 4133 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง 0 – 5393 – 9102

๓. สันป่าเกี๊ยะ
แม้ที่นี่จะไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางหลักของการชมดอกนางพญาเสือโคร่ง แต่ก็มีวิวธรรมชาติสุดอลังการให้คุณได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ เพราะยามแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้าทางทิศตะวันออก จนเห็นทะเลหมอกมากมาย มีต้นนางพญาเสือโคร่งเป็นฉากหน้า และมีดอยหลวงเชียงดาวเป็นแบล็คกราวด์ ดูเท่เป็นที่สุด และชวนให้เข้าใจอารมณ์ที่ว่าอยู่เหนือเมฆนั้นเป็นอย่างไรและการรอคอยมีคุณค่ามากเพียงไหน

ส่วนวิวกลางคืนนั้นก็อย่าคิดว่าไม่มีอะไร เพราะหากว่ากันตามความรู้สึกของเราแล้ว ไม่ใช่แค่ยามเช้าเท่านั้นที่ทำให้สันป่าเกี๊ยะงดงาม ยามกลางคืนเมื่อราตรีกาลย่างกราย หมู่ดาวบนท้องฟ้าก็ทอประกาย และดาวบนดินแสงไฟจากหมู่บ้านก็ส่งแสงหลากสีสวยจับใจ เรียกว่าความสวยข่มกันไม่ลงทั้งเช้าและค่ำเลยจริงๆ

และคุณยังเพิ่มความพิเศษให้ทริปนี้ได้ด้วยการจัดปาร์ตี้สุกี้หม้อไฟ เพียงแวะซื้อของสด และลูกชิ้นที่ตลาดเชียงดาว ขึ้นไปปรุงด้านบน รับรองว่าอาหารอุ่นๆ ท่ามกลางแสงดาว อากาศหนาวและผองเพื่อนนั้นอร่อยและสนุกอย่าบอกใครเลยค่ะ

ที่ตั้ง: สถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะ ดอยหลวงเชียงดาว
การเดินทาง: ทางค่อนข้างลำบากพอสมควร ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น ติดต่อเช่ารถได้ที่ คุณมนู 08 – 4370 – 4914, 08 – 4741 – 4897 หรือสอบถามที่ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง มช.
ที่พัก : มีเรือนพักและสถานที่กางเต็นท์อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ห้องพักพร้อมหมอนและผ้าห่ม พักได้ 6 – 10 คน ห้องละ 500 บาท ค่ากางเต็นท์หลังเล็ก 100 บาท หลังใหญ่ คนละ 50 บาท
สอบถามเพิ่มเติม: ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โทรศัพท์ 0 – 5322 – 2014

๔. ขุนแม่ยะ
เป็นสถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ฮอต ฮิตที่สุดของเมืองไทยในเวลานี้ แม้จะต้องนั่งรถปุเลงๆ ขึ้นเขาลงห้วยกว่า 8 กิโลเมตร จนชวนหิวข้าวขึ้นมาติดมัด แต่พอถึงด้านบนหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ความสวยสังหารของทิวดอกนางพญาเสือโคร่งก็ทำให้ทุกคนตกหลุมรักจนลืมหิวกันไปเลย ความพิเศษของที่นี่ นอกจากจะเป็นแหล่งที่มีต้นนางพญาเสือโคร่งมากที่สุดแล้ว คุณยังจะได้ชมดอกนางพญาเสือโคร่งสีหวานๆ ตัดกับท้องฟ้าสีสดอย่างเต็มอิ่ม เทคนิคชมดอกไม้ให้ “อิน” ก็คือปูเสื่อนอนชมยอดไม้ต้องลมตัดกับท้องฟ้า รับรองว่าสุขสุดๆ 

นอกจากนี้บนเขายังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมอยู่ด้วย แนะนำว่าควรไปสักการะเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยสำหรับปีใหม่ด้วยนะคะ

ที่ตั้ง: หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ระหว่างทางไปอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
การเดินทาง: จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 จนถึงตลาดแม่มาลัย อำเภอแม่แตง เลี้ยวซ้ายไปทางปาย – แม่ฮ่องสอน (ทางหลวงหมายเลข 1095) บริเวณกิโลเมตรที่ 67 – 68 ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จะมีด่านตรวจ และเป็นทางแยกเลี้ยวเข้าหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ถนนเป็นทางลูกรังประมาณ 8 กิโลเมตร ทางค่อนข้างลำบากพอสมควร แนะนำให้เช่ารถจากหน้าปากทางเข้า ราคาค่ารถไป – กลับ ภายใน 1 วัน (ไม่ค้างคืน) 1,200 บาท แบบ 2 วัน 1 คืน 1,500 บาท หรือใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น
ที่พัก: มีสถานที่กางเต็นท์ให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (ต้องนำเต็นท์ไปเอง)
สอบถามเพิ่มเติม: ติดต่อเช่ารถและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอำนวย 08 – 4365 – 8698


ขอขอบคุณนิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 10 ฉบับที่ : 119




Enjoy life & Good food

ทาลิปสติกให้สวย ต้องหมั่นสครับริมฝีปาก article
นาทีนี้ต้อง MUGENDAI article
เชียงใหม่ ในมุมสงบงาม ตามเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ article
เกาหลีใกล้แค่เอื้อมที่ Gabin article
10 ร้านอาหารบรรยากาศดี อาหารอร่อย กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หัวหิน article
รับลมหนาวกับ 10 ร้านอร่อย article
10 ร้านหวานตรึงใจ article
ความสุขจาก Little Bite article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.